โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)

     สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ในบทความนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับ “โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)” ซึ่งอาการนอนไม่หลับ หลับยาก หรือหลับๆ ตื่นๆ จนพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ของคนยุคใหม่ และตามมาด้วยปัญหาทางสุขภาพอีกเป็นขบวนเลยนะคะ เราไปทำความรู้จักกับโรคนอนไม่หลับกันเลยค่า

รูปที่1 โรคนอนไม่หลับ

ทำความรู้จัก โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)

     โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) คือ โรคที่มีความผิดปกติในวงจรการหลับ ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ หลับลำบาก หรือหลับไม่สนิท

ชนิดของการนอนไม่หลับ

     เราสามารถแบ่งชนิดของการนอนไม่หลับออกเป็น 3 ชนิดใหญ่ ๆ (อ้างอิงข้อมูลจาก โรงพยาบาลนนทเวช) ได้แก่

     1. หลับยาก (Initial insomnia) คือ ภาวะที่ผู้ป่วยมีปัญหานอนหลับยากใช้เวลานอนนานกว่าจะหลับภาวะดังกล่าวอาจสัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล

     2. หลับไม่ทน (Maintinance insomnia) คือ ภาวะที่ผู้ป่วยไม่สามารถนอนหลับได้ยาวมีการตื่นกลางดึกบ่อยภาวะดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาทางกาย เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น

     3. หลับ ๆ ตื่น ๆ (Terminal insomnia) คือ ภาวะที่ผู้ป่วยตื่นเร็วกว่าเวลาที่ควรจะตื่นอาจพบได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า

รูปที่2 โรคนอนไม่หลับ

สาเหตุของการนอนไม่หลับ นำไปสู่ โรคนอนไม่หลับ

     สาเหตุของอาการนอนไม่หลับเกิดได้จากหลายสาเหตุที่ทำให้เราไม่สามารถนอนหลับ หรือหลับ ๆ ตื่น ๆ เช่น

  • ปัญหาจากสิ่งแวดล้อม เช่น อุณหภูมิที่สว่างเกินไป เสียงรบกวนจากการจราจร โทรทัศน์ พื้นที่นอนแคบเกินไปหรือกว้างเกินไป หรือการนอนต่างที่ ทำให้หลับยาก เป็นต้น
  • ปัญหาจากร่างกาย เช่น อาการเจ็บป่วย ปวดท้อง ปวดตามเนื้อตัว เป็นโรคเกี่ยวกับการนอนหลับ มีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ มีอาการไอ กรดไหลย้อน เป็นต้น
  • ปัญหาจากจิตใจ เช่น ความเครียด อาการวิตกกังวล แรงกดดัน อาการซึมเศร้า ท้อแท้ หมดกำลังใจ หมดหวังในการใช้ชีวิต เป็นต้น
  • ปัญหาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่อาจส่งผลกระทบต่อภาวะนอนไม่หลับได้ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มกาแฟ ชา บุหรี่ หรือการใช้ยาบางชนิด อาชีพการงานบางประเภทที่ต้องเปลี่ยนเวลาการนอนอยู่สม่ำเสมอ การอ่านหนังสือตลอดทั้งคืน เป็นต้น

นอนไม่หลับแบบไหน ต้องไปพบแพทย์

     การที่เรานอนหลับไม่สนิท หรือนอนไม่หลับติดต่อกันมากกว่า 3 วัน/สัปดาห์ เป็นระยะเวลามากกว่า 1 เดือน ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสาเหตุของอาการนอนไม่หลับ

รูปที่3 โรคนอนไม่หลับ

การรักษา โรคนอนไม่หลับ

     การรักษาโรคนอนไม่หลับ สามารถแบ่งวิธีการรักษาออกได้ 3 วิธี (อ้างอิงข้อมูลจาก พบแพทย์ดอทคอม) ดังนี้

  1. การรักษาด้วยตนเอง – การเข้านอน และตื่นนอนตามเวลาเดิมอยู่เป็นประจำ นอนหลับให้เพียงพอตามความต้องการของแต่ละช่วงวัยของเรา พยายามหลีกเลี่ยงการหมกมุ่น ความคิดฟุ้งซ่าน ความเครียด และความวิตกกังวล ควรทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายก่อนเข้านอน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดเว้นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่างชา กาแฟ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติด เป็นต้น
  2. การรักษาด้วยยา – การใช้ยาบางชนิดต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ และสั่งยาโดยแพทย์เท่านั้น ยาที่ใช้จะอยู่ในกลุ่มยาเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นยาที่ใช้เพื่อเพิ่มระดับฮอร์โมนเมลาโทนิน มักใช้เมื่อเกิดปัญหาการปรับตัวไม่ทัน เมื่อข้ามเขตเวลาโลก (Jet Lag) Antidepressants หรือยาต้านเศร้า และ Antipsychotics หรือยารักษาอาการทางจิต ที่จะช่วยผ่อนคลาย และลดอาการวิตกกังวล ทำให้นอนหลับง่ายและหลับสนิท โดยจะใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้ของภาวะซึมเศร้าหรืออาการทางจิตที่เกิดขึ้นร่วมกับการนอนไม่หลับเท่านั้น Benzodiazepines หรือยานอนหลับที่มีฤทธิ์ช่วยคลายเครียด คลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้นอนหลับลึกและยาวนาน เป็นต้น
  3. การบำบัดและการรักษาทางการแพทย์ – การรักรักษาและการบำบัดทางการแพทย์ ประกอบด้วยการวัดระดับความรุนแรงของอาการด้วยเครื่องมือและแบบทดสอบทางการแพทย์ การให้คำปรึกษา การบำบัดด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้เกิดภาวะผ่อนคลาย เช่น ดนตรีบำบัด วารีบำบัด การบำบัดแบบปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy) เป็นต้น

     ปัญหาการนอนไม่หลับ อดนอน นอนน้อย หรือการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลเสียต่อระบบการทำงานในร่างกาย หากเกิดปัญหาเหล่านี้ เราไม่ควรปล่อยไว้ ควรหาสาเหตุให้เจอ และรักษาอย่างถูกต้องเพื่อให้เรานอนหลับได้อย่างปกตินะคะ

ขอแนะนำบทความ ที่ให้คุณ ได้มาทำความรู้จัก เพิ่มมากขึ้น กับ Quang Hung MasterD เจ้าของเพลง De Den De Di ที่ดังใน TikTok และกำลังเป็นขวัญใจของสาว ๆ ในประเทศไทย หลายคนเลยล่ะค่ะ

หากคุณ กำลังมองหา เว็บเล่น เกมสล็อตออนไลน์ ขอแนะนำ SUPERSLOT เว็บเกมสล็อตออนไลน์ ยุสเดียวเล่นได้ทุกค่าย แถมยังมีเกมสล็อตให้เล่นมากมาย หากคุณอยากจะลองเล่น เกมสล็อตออนไลน์ ต้องเลือกเล่น ที่ SUPERSLOT นะคะ